บททบทวนธรรม

บททบทวนธรรม อัพเดท ตามวารสารวิชชาการวิชชาราม ฉบับที่ ๒

บททบทวนธรรมเพื่อการสร้างจิตวิญญาณให้ผาสุกที่สุดในโลก

ดร.ใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว)

  1.  เรื่องการเข้าใจผิดของเรากับผู้อื่น เราต้องระลึกรู้ว่า มันคือวิบากกรรมเขา วิบากกรรมเรา แก้ไขได้ด้วยการทำดีไม่มีถือสาไปเรื่อย ๆ แล้ววันใดวันหนึ่งข้างหน้า ในชาตินี้ หรือชาติหน้า หรือชาติอื่น ๆ สืบไป ความเข้าใจผิดนั้นก็จะหมดไปเอง
  2.  เราต้องรู้ว่าแต่ละคนมีฐานจิตแตกต่างกัน เราจึงควรประมาณการกระทำให้เหมาะสมกับ ฐานจิตของเรา และฐานจิตของผู้อื่น “คิดดี พูดดี ทำดีไว้ก่อน” ดีที่สุด
  3.  การกระทำเดียวกัน มีเหตุผลในการกระทำกว่าล้านเหตุผล ต้องระวัง “อคติหรือ ความเข้าใจผิด จากการคาดเดาที่ผิดของเรา”
  4.  สิ่งที่เราได้รับ คือสิ่งที่เราทำมา ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับ โดยที่เราไม่เคยทำมา
  5.  ถ้าเรายังไม่เข้าใจคนอื่น แสดงว่าเรายังไม่เข้าใจตนเอง
  6. เมื่อเกิดสิ่งเลวร้ายกับเรา โลกนี้ไม่มีใครผิดต่อเรา เราเท่านั้นที่ผิดต่อเรา คนอื่นที่ทำไม่ดีนั้น เขาผิดต่อตัวเขาเองเท่านั้น และเขาก็ต้องได้รับวิบากร้ายนั้นเอง เขาจึงไม่ได้ผิดต่อเรา แต่เขานั้นผิดต่อตัวเขาเอง ถ้าเรายังเห็นว่าคนที่ทำไม่ดีกับเรา เป็นคนผิดต่อเรา แสดงว่าเรานั่นแหละผิด อย่าโทษใครในโลกใบนี้ ผู้ใดที่โทษผู้อื่นว่าผิดต่อตัวเรา จะไม่มีทางบรรลุธรรม นี่คือคนที่ไม่ยอมรับความจริง เพราะไม่เข้าใจเรื่อง “กรรม” อย่างแจ่มแจ้งว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนได้รับ ล้วนเกิดจากการกระทำของตนเองเท่านั้น เมื่อรับผลดีร้ายจากการกระทำแล้ว ผลนั้นก็จบดับไป และสุดท้ายเมื่อปรินิพพาน ทุกคนก็ต้องสูญจากทั้งดีและร้ายไป ไม่มีอะไรเป็นสมบัติของใคร เพราะสุดท้ายทุกสิ่ง ทุกอย่างก็ต้องดับไป จึงไม่ต้องยึดมั่นถือมั่น ไม่ต้องทุกข์กับอะไร”
  7.  การได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเรา ไม่ได้ดั่งใจเรา เป็นสุดยอดแห่งเครื่องมืออัน ล้ำค่า ที่ทำให้ได้ฝึกล้างกิเลส คือ ความหลงชิงชังรังเกียจ หลงยึดมั่นถือมั่นในใจเรา และ ทำให้ได้ล้างวิบากร้ายของเรา
  8. เมื่อเกิดสิ่งเลวร้ายกับเรา ไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกอย่างยุติธรรมเสมอ เพราะเราเคยทำเช่นนั้นมามากกว่านั้น เมื่อได้รับแล้วก็หมดไป เราก็จะโชคดีขึ้น
  9. เรามีหน้าที่ทำแต่ละสิ่งแต่ละอย่าง ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เท่าที่จะพึงทำได้ ให้โลกและเราได้อาศัย ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับไปเท่านั้น
  10. เราทำดีด้วยการช่วยไม่ให้คนอื่นทำผิดได้ “ก็ช่วย” แล้ว “วาง” ให้เป็นไปตามวิบากดีของเขา “ช่วยไม่ได้” ก็ “วาง”  ให้เป็นไปตามวิบากร้ายของเขา เมื่อเขาเห็นทุกข์จนเกินทน จึงจะเห็นธรรม แล้วจะปฏิบัติธรรมสู่ความพ้นทุกข์
  11. สิ่งที่มองไม่เห็น ที่ทำหน้าที่สร้างสิ่งที่มองเห็น และสิ่งที่เป็นอยู่ทุกอย่างในชีวิตของคน คือ พลังวิบากดีร้ายที่เกิดจากการกระทำทางกาย หรือวาจา หรือใจของผู้นั้น ในอดีตชาติและชาตินี้สังเคราะห์กันอย่างละหนึ่งส่วน
  12.  ถ้าใครมีปัญหาหรือความเจ็บป่วยในชีวิต ให้ทำความดี 4 อย่างนี้ ด้วยความยินดี จริงใจ จะช่วยให้ปัญหาหรือความเจ็บป่วย ลดลงได้เร็ว
    1) สำนึกผิด หรือยอมรับผิด
    2) ขอโทษ หรือขออโหสิกรรม
    3) ตั้งจิตหยุดสิ่งที่ไม่ดีอันนั้น
    4) ตั้งจิตทำความดีให้มาก ๆ คือ ลดกิเลสให้มาก ๆ เกื้อกูลผองชนและหมู่สัตว์ให้มาก ๆ
  13.   การพิจารณาเพื่อปราบมาร คือ ความกลัว เวลาเจ็บป่วย หรือ พบเรื่องร้ายจะทำให้ดับทุกข์ใจ ทุกข์กาย และเรื่องร้าย ได้ดีที่สุด คือทำใจว่า รับเต็ม ๆ หมดเต็ม ๆ เจ็บ…ก็ให้มันเจ็บ ปวด…ก็ให้มันปวด ทรมาน…ก็ให้มันทรมาน ตาย…ก็ให้มันตาย เป็นไงเป็นกัน รับเท่าไหร่หมดเท่านั้น เพราะสุดท้ายทุกอย่างก็ดับไป ไม่มีอะไรเป็นของใคร จะทุกข์ใจไปทำไม ไม่มีอะไรต้องทุกข์ใจ “ เบิกบาน แจ่มใส ดีกว่า ”
  14.  เทคนิคทำใจให้หายโรคเร็ว คือ อย่าโกรธ อย่ากลัวเป็น อย่ากลัวตาย อย่ากลัวโรค อย่าเร่งผล อย่ากังวล
  15.  วิธีการ 5 ข้อในการแก้ปัญหาทุกปัญหาในโลก คือ
    1) คบมิตรดี
    2) มีศีล
    3) ทำสมดุลร้อนเย็น
    4) พึ่งตน
    5) แบ่งปันด้วยใจที่บริสุทธิ์
  16. ตัวชี้วัดว่า วิธีนั้นถูกกันกับผู้นั้น ทำให้สุขภาพดี คือ สบาย เบากาย มีกำลัง เป็นอยู่ผาสุก ตัวชี้วัดว่า วิธีนั้นไม่ถูกกันกับผู้นั้น ทำให้เสียสุขภาพ คือ ไม่สบาย ไม่เบากาย ไม่มีกำลัง ไม่ผาสุก หรือทุกข์ทรมาน
  17.  ตัวชี้วัดว่า อาหารที่สมดุลร้อนเย็น เป็นประโยชน์ จะทำให้มีโรคน้อย มีทุกข์น้อย คือ เบาท้อง สบาย เบากาย มีกำลัง อิ่มนาน ตัวชี้วัดว่า อาหารที่ไม่สมดุลร้อนเย็น เป็นโทษ จะทำให้มีโรคมาก มีทุกข์มาก คือ
    หนักท้อง ไม่สบาย ไม่เบากาย ไม่มีกำลัง หิวเร็ว
  18. 18. หลักการทำดีอย่างมีสุข 6 ข้อ
    1) รู้ว่าอะไรดีที่สุด
    2) ปรารถนาให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด
    3) ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น แล้วลงมือทำให้ดีที่สุด
    4) ยินดีเมื่อได้ทำให้ดีที่สุดแล้ว
    5) ไม่ติดไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ดีที่สุด
    6) นั่นแหละคือสิ่งที่ดีที่สุด
  19.  ทำดีให้มาก ๆ เพื่อจะให้ดีชิงออกฤทธิ์แทนร้าย ที่เราเคยพลาดทำมาในชาตินี้หรือชาติก่อน ๆ จะได้มีดีไว้ใช้ในปัจจุบันและอนาคต ในชาตินี้และชาติอื่น ๆ สืบไป
  20.  ยึดอาศัย “ดี” ที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง” “นั้นดี” แต่ยึดมั่นถือมั่นว่า ต้องเกิด “ดี” ดั่งใจหมาย ทั้ง ๆ ที่องค์ประกอบเหตุปัจจัย ณ เวลานั้น “ไม่สามารถทำให้ดีนั้นเกิดขึ้นได้จริง” “นั้นไม่ดี”
  21.  จงทำดีเต็มที่ เหนื่อยเต็มที่ สุขเต็มที่ ไม่มีอะไรคาใจ ไม่เอาอะไร คือสุดยอดแห่ง “ความอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส” สาธุ…

 

สุดยอดวาทะแห่งปี

  • ปัญหาทั้งหมดในโลก เกิดจาก คน “โง่” กว่ากิเลส
  • ยินดีในความไม่ชอบไม่ชัง ได้พลังสุด ๆ ได้สุขสุด ๆ
  • ยินดีในความชอบชัง เสียพลังสุด ๆ ได้ทุกข์สุด ๆ
  • ทำร้ายเขามาตั้งมากตั้งมาย ยังมีหน้ามาโกรธมาเกลียดเขาอีก มันชั่วเกินไปแล้วเรา
  • ทีทำชั่ว ยังมีเวลาทำ ทีทำดี ทำไมไม่มีเวลาทำ
  • อยากได้สิ่งใด จงคิดสิ่งนั้น กับผู้อื่น
  • เกิดอะไร จงท่องไว้ “กูทำมา”
  • คนที่แพ้ไม่ได้ พลาดไม่ได้ พร่องไม่ได้ ทุกข์ตายเลย “โง่ที่สุด”
  • คนที่แพ้ก็ได้ ชนะก็ได้พลาดก็ได้ ไม่พลาดก็ได้ พร่องก็ได้ ไม่พร่องก็ได้ สบายใจจริง “ฉลาดที่สุด”
  • ถามว่า ตั้งใจทำดี ทำไมได้แค่นี้ ตอบว่า เพราะทำชั่วมามาก
  • ถามว่า มากแค่ไหน ตอบว่า หาที่ต้นที่สุดไม่ได้
  • ถามว่า แล้วจะทำอย่างไร ตอบว่า อดทน รอคอย ให้อภัย ทำดีเรื่อยไป ใจเย็นข้ามชาติ
  • เก่งศีลเป็นสุข ไม่เก่งศีลเป็นทุกข์ อยากเป็นสุข จงติเตียนการผิดศีล จงยกย่องการถูกศีล
  • ทุกเสี้ยววินาที ทุกอย่างไม่เที่ยง อย่ายึดมั่นถือมั่น ต้องพร้อมรับ พร้อมรับ พร้อมเปลี่ยนตลอดเวลา
  • สมบูรณ์และทันใช้ ดีที่สุด พร่องแต่ทันการณ์ ดีกว่าสมบูรณ์ แต่ไม่ทันใช้ สมบูรณ์แต่ไม่ทันใช้ ไม่มีประโยชน์อะไร เร็วและพร่อง แล้วเกิดผลดีมากกว่าผลเสีย นั้นดี แต่เกิดผลเสียมากกว่าผลดี นั้นไม่ดี
  • เย่ ๆ ๆ ดีใจจัง ไม่ได้ดังใจ (วิบากหมด กิเลสตาย ได้กุศล)
  • แย่ ๆ  ๆ ซวยแน่เรา เอาแต่ใจ (วิบากเพิ่ม กิเลสพอก งอกอกุศล)
  • เย่ ๆ ๆ ไม่หวั่นไหว ใจเป็นสุข
  • “ให้” แล้วคิดจะไม่เอาอะไรจากใคร ให้ได้ (กล่าวทั้งหมด 3 ครั้ง)
  • รวมพลัง พวธ. (ขานรับว่า) พลัง พวธ (กล่าวทั้งหมด 3 ครั้ง ) … คิดดี พูดดี ทำดี เสนอดี สลายอัตตา สามัคคี นี้ผาสุก เย่!
  • จงเบิกบาน… เบิกบาน… และเบิกบาน… จนเบิกบานอย่างเป็นอมตะธรรม

สาธุ

284total visits,2visits today